Education Certificate Comparison by NARIC, U.K.
Monday, 13 August 2018
LM.D Translation Service by the only AITI Thai-English Translator
LM.D Translation Service
Thai-English
by
Linda MacDonald AITI
the only AITI Thai-English professional translator
Accredited by
The Institute of Translation and Interpreting, United Kingdom
(www.iti.org.uk)
We translate and certify the official documents. All customers trust us to translate their official documents and all of them has been approved and accepted the translations by follows:
COURT
NARIC
THAI EMBASSY
HOME OFFICE
NHS
UNITED KINGDOM NOTARY PUBLIC
AMERICA AND CANADA NOTARY PUBLIC
บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย
งานเขียน เวปไวด์ งานนำเสนอต่างๆ
งานวิจัย บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์
งานวิชาการ ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์สุขภาพ
เอกสารสุขภาพ บทความวิชาการด้านการพยาบาลและผดุงครรภ์ การแพทย์
งานเอกสารทะเบียนราษฎรณ์
เช่น
ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ทะเบียนหย่า สูติบัตร มรณบัตร
พร้อมให้บริการเสริมด้านการส่งประทับตรานิติกรณ์จาก
FCO และ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน
(คิดค่าบริการเพิ่ม สาระกิจกรรมละ £30-50 รวมค่าจัดส่งเอกสารเพิ่มอีก ตั้งแต่ £5 ขึ้นไป ทั้งนี้ไม่รวมการชำระค่าธรรมเนียมบริการของสถานเอกอัครราชทูตไทยและ FCO)
ประกาศนียบัตรการศึกษา ทรานสคริปส์ รายงานผลการศึกษา
ประกาศนียบัตรหรือใบรับรองสถานภาพการศึกษา วุฒิบัตรต่างๆ การฝึกอบรม
ทะเบียนการค้า ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกสินค้า
เอกสารที่ใช้ทางด้านกฎหมาย ศาล
ค่าบริการเริ่มต้นที่ หน้าละ £35 หรือ £0.09 ต่อคำ เฉพาะบริการการแปล
สำหรับเอกสารที่ต้องการให้รับรองการแปลถูกต้องจากนักแปลวิชาชีพ ชำระค่าธรรมเนียมการรับรองการแปลโดยนักแปลวิชาชีพฉบับละ £5
LANDLINE: +44(0)1575 574035
Mob(WHATsAPP) & LineApp: +44(0)7730224113
Skype: Lindamac75
Email: Lmdtranslationservice@gmail.com
Thai-English
by
Linda MacDonald AITI
the only AITI Thai-English professional translator
Accredited by
The Institute of Translation and Interpreting, United Kingdom
(www.iti.org.uk)
We translate and certify the official documents. All customers trust us to translate their official documents and all of them has been approved and accepted the translations by follows:
COURT
NARIC
THAI EMBASSY
HOME OFFICE
NHS
UNITED KINGDOM NOTARY PUBLIC
AMERICA AND CANADA NOTARY PUBLIC
บริการแปลเอกสาร ภาษาไทย-อังกฤษ และ อังกฤษ-ไทย
งานเขียน เวปไวด์ งานนำเสนอต่างๆ
งานวิจัย บทคัดย่อ วิทยานิพนธ์
งานวิชาการ ด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์สุขภาพ
เอกสารสุขภาพ บทความวิชาการด้านการพยาบาลและผดุงครรภ์ การแพทย์
งานเอกสารทะเบียนราษฎรณ์
เช่น
ทะเบียนบ้าน บัตรประชาชน ทะเบียนสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล ทะเบียนหย่า สูติบัตร มรณบัตร
พร้อมให้บริการเสริมด้านการส่งประทับตรานิติกรณ์จาก
FCO และ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน
(คิดค่าบริการเพิ่ม สาระกิจกรรมละ £30-50 รวมค่าจัดส่งเอกสารเพิ่มอีก ตั้งแต่ £5 ขึ้นไป ทั้งนี้ไม่รวมการชำระค่าธรรมเนียมบริการของสถานเอกอัครราชทูตไทยและ FCO)
ประกาศนียบัตรการศึกษา ทรานสคริปส์ รายงานผลการศึกษา
ประกาศนียบัตรหรือใบรับรองสถานภาพการศึกษา วุฒิบัตรต่างๆ การฝึกอบรม
ทะเบียนการค้า ใบอนุญาตนำเข้า-ส่งออกสินค้า
เอกสารที่ใช้ทางด้านกฎหมาย ศาล
ค่าบริการเริ่มต้นที่ หน้าละ £35 หรือ £0.09 ต่อคำ เฉพาะบริการการแปล
สำหรับเอกสารที่ต้องการให้รับรองการแปลถูกต้องจากนักแปลวิชาชีพ ชำระค่าธรรมเนียมการรับรองการแปลโดยนักแปลวิชาชีพฉบับละ £5
สนใจสอบถามรายละเอียดการแปล โปรดติดต่อ
PHONE
LANDLINE: +44(0)1575 574035
Mob(WHATsAPP) & LineApp: +44(0)7730224113
Skype: Lindamac75
Email: Lmdtranslationservice@gmail.com
Follow us on Facebook:
https://www.facebook.com/ITI.UKprofessionalthaitranslator
https://www.facebook.com/ITI.UKprofessionalthaitranslator
Tuesday, 22 May 2018
การหย่าต่างสำนักทะเบียนในต่างประเทศ/สหราชอาณาจักร
ตอบคำถามเรื่องครอบครัวกับการหย่า
สำหรับคู่สมรสที่อยู่คนละประเทศ
: กรณีไทยกับสหราชอาณาจักร
หัวข้อนี้เพื่อตอบคำถามสำหรับสตรีไทยผู้มีปัญหาสมรสค่ะ
ปัญหารักร้างแต่ยังคาราคาซัง แม้เลิกรากันไปแต่เพียงการแยกกันอยู่คนละ
ประเทศแต่การหย่าร้างก็ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด หากยังไม่ทำเรื่องราวจดทะเบียนหย่า
ให้เรียบร้อย และปัญหาการหย่าร้างตามกฎหมายไทยยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ถ้าทั้ง
สามีและภรรยาอยู่กันคนละขั้วโลก
กรณีตัวอย่าง
คู่สมรสคู่หนึ่ง หลังสมรสแล้วภรรยายังอยู่ในประเทสไทยแต่ฝ่ายชายไปๆ มาๆ
ระหว่างยูเค ต่อมาไม่นานฝ่ายชายเริ่มมีใจออกห่างและแทบจะไม่กลับเมืองไทยเลย
ทางฝ่ายชายจะเป็นคนเลี่ยงปัญหาโดยการปฏิเสธทุกอย่างทั้งเรื่องจะย้ายไปอยู่กับ
ภรรยาที่ไทยและทั้งเรื่องจะช่วยให้ครอบครัวย้ายมาอยู่ยูเคก็ยังไม่คุยกันให้ชัดเจน
ลูกก็มีด้วยกันแต่ก็ไม่ได้จัดการเรื่องพาลูกมาอยู่ที่ยูเคด้วย
ระหว่างยูเค ต่อมาไม่นานฝ่ายชายเริ่มมีใจออกห่างและแทบจะไม่กลับเมืองไทยเลย
ทางฝ่ายชายจะเป็นคนเลี่ยงปัญหาโดยการปฏิเสธทุกอย่างทั้งเรื่องจะย้ายไปอยู่กับ
ภรรยาที่ไทยและทั้งเรื่องจะช่วยให้ครอบครัวย้ายมาอยู่ยูเคก็ยังไม่คุยกันให้ชัดเจน
ลูกก็มีด้วยกันแต่ก็ไม่ได้จัดการเรื่องพาลูกมาอยู่ที่ยูเคด้วย
ภรรยาก็ได้แต่บ่น น้อยใจที่สามีไม่จัดการอะไรสักอย่าง ปล่อยให้รอเป็นแม่สายบัวรอเก้อ
สามีก็ใกล้ถึงวัยเกษียณก็ยังไม่ตัดสินใจกันว่าเกษียณแล้วจะย้ายไปอยู่ไทย หรือ
พาครอบครัวที่ไทยย้ายมาอยู่ยูเคกันดี
สามีก็ใกล้ถึงวัยเกษียณก็ยังไม่ตัดสินใจกันว่าเกษียณแล้วจะย้ายไปอยู่ไทย หรือ
พาครอบครัวที่ไทยย้ายมาอยู่ยูเคกันดี
ตอบข้อข้องใจฝ่ายภรรยาไทย
ข้อข้องใจของภรรยาคนไทย
เธอสงสัยว่าทำไมสามีไม่ยอมทำเรื่องย้ายไปอยู่ไทย
กับเธอ เขาไม่ยอมทำเรื่องขอเกษียนเพื่อย้ายไปใช้ชีวิตเกษียนในไทย พวกเขา
และเธอแยกกันอยู่คนละประเทศ ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็ลดน้อยถอยลง
จึงมีความคิดต้องการที่จะหย่า หลังจากอยู่แยกประเทศกันมาก็หลายปีแล้ว
มีคำถามสงสัยมากมายจากภรรยาเพราะว่าสามีฝรั่งชาวบริิิิทิชไม่สามารถทำตามใจตนได้
หลายประการ
ข้อข้องใจของภรรยาคนไทย
เธอสงสัยว่าทำไมสามีไม่ยอมทำเรื่องย้ายไปอยู่ไทย
กับเธอ เขาไม่ยอมทำเรื่องขอเกษียนเพื่อย้ายไปใช้ชีวิตเกษียนในไทย พวกเขา
และเธอแยกกันอยู่คนละประเทศ ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็ลดน้อยถอยลง
จึงมีความคิดต้องการที่จะหย่า หลังจากอยู่แยกประเทศกันมาก็หลายปีแล้ว
มีคำถามสงสัยมากมายจากภรรยาเพราะว่าสามีฝรั่งชาวบริิิิทิชไม่สามารถทำตามใจตนได้
หลายประการ
คำตอบ
ประการแรก
การที่สามีไม่ย้ายตามไปที่ไทยนั้น
การวิเคราะห์จากสถานการณ์ดังกล่าว ก็คือ .......
เราไม่ทราบว่าด้านสามีมีอะไรคลุมเครือ เงื่อนงำหรือไม่เราไม่อาจทราบได้เพราะอยู่แยกกัน
วิิธีแก้ไข....
การพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจความรู้สึกในการรอของเราและให้ตัดสินใจช่วยกันไปเลย
ว่าจะเอาอย่างไร จะเลือกย้ายครอบครัวไปอยู่ยูเคด้วยถ้าทางฝ่ายสามีไม่มีใคร
ก็ควรเริ่มเก็บเงินดำเนินการกัน หรือถ้าหากมีปัญหาของสามีผู้เป็นสปอนเซอร์รายได้
ไม่มากพอก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะผ่านวีซ่าหรือไม่ก็ต้องยกเลิกความคิดใน
การขอวีซ่าออกไปเลยค่ะ แล้วกลับมาคิดประเด็นว่า แล้วเขาสามารถย้ายไปไทย
ทำเรื่องเกษียณจากยูเคไปอยู่ไทยกับเราได้ไหม
ประการที่สอง
ถ้าจะทำเรื่องเกษียน...ฝ่ายชายอาจจะไม่อยากจะทำหรืออยากทำ
แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีเวลาเดินเรื่องหรือขัดข้องในการเดินเรื่อง หรือปัจจัยอื่น
ได้แก่
กฎการขอเกษียณก่อนกำหนด หรือตามกำหนดแล้วทำเรื่องย้ายไปไทย อะไรต่างๆ นานา
ทำให้เขาเปลี่ยนใจที่จะย้ายไปไทยหรือไม่ อาจเป็นเพราะ......
เบี้ยเกษียณที่ได้รับน้อยไป ไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหรูหราในเมืองไทย หรือ
อาจเป็นเพราะถ้าเขาเกษียณก่อนเวลา
เขาจะะสูญเสียผลประโยชน์ที่ทางรัฐมอบให้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตัวเขาเองต้องเป็น
คนติดต่อไปยังกรมสรรพากรของยูเคด้วยตัวเองถึงจะทราบข้อมูล
ก่อนย้ายไปอยู่ไทย เขาต้องจัดการชีวิตหลายอย่าง ทั้งเรื่องลาออก เรื่องซื้อประกันสุขภาพ
ประกันชีวิต ทำเรื่องขอเบี้ยบำนาญ บริหารทรัพย์สินที่มีในยูเค มากมายหลายอย่าง สิ่งนี้คือ
สิ่งที่ทำให้เขาถอดใจที่จะย้ายไปอยู่กับเราที่เมืองไทยหรือไม่
ประการที่สาม
หมดรักกันแล้วหรือไม่?
แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ฝ่าบชายยังงส่งเสียครอบครัวที่
ไทยอยู่ หรือว่าเขามีภาระที่ต้องส่งเสียครอบครัวเก่าที่ทางยูเคด้วยหรือไม่ ถ้าหากฝ่ายชาย
ต้องส่งเสียหลายทางการเงินก็คงจะไม่สะดวกแน่ เขามีภาระอื่นหรือไม่เช่นส่งเสียลูกเก่าเมียเก่า
ถ้าเขาย้ายไปไทยรายได้จะสูญหาย ได้เบี้ยงบำนาญก็คงน้อยตามแต่หากยังมีภาระส่งเสีย
ครอบครัวเก่าด้วยในยูเค ก็อาจจะมีปัญหาถูกฝ่ายนั้นร้องเรียนได้ เพราะยังต้องส่งเสียเลี้ยง
ลูกเก่าเมียเดิมไปจนเด็กอายุประมาณ 18 ปี
ประการแรก
การที่สามีไม่ย้ายตามไปที่ไทยนั้น
การวิเคราะห์จากสถานการณ์ดังกล่าว ก็คือ .......
เราไม่ทราบว่าด้านสามีมีอะไรคลุมเครือ เงื่อนงำหรือไม่เราไม่อาจทราบได้เพราะอยู่แยกกัน
วิิธีแก้ไข....
การพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจความรู้สึกในการรอของเราและให้ตัดสินใจช่วยกันไปเลย
ว่าจะเอาอย่างไร จะเลือกย้ายครอบครัวไปอยู่ยูเคด้วยถ้าทางฝ่ายสามีไม่มีใคร
ก็ควรเริ่มเก็บเงินดำเนินการกัน หรือถ้าหากมีปัญหาของสามีผู้เป็นสปอนเซอร์รายได้
ไม่มากพอก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะผ่านวีซ่าหรือไม่ก็ต้องยกเลิกความคิดใน
การขอวีซ่าออกไปเลยค่ะ แล้วกลับมาคิดประเด็นว่า แล้วเขาสามารถย้ายไปไทย
ทำเรื่องเกษียณจากยูเคไปอยู่ไทยกับเราได้ไหม
ประการที่สอง
ถ้าจะทำเรื่องเกษียน...ฝ่ายชายอาจจะไม่อยากจะทำหรืออยากทำ
แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีเวลาเดินเรื่องหรือขัดข้องในการเดินเรื่อง หรือปัจจัยอื่น
ได้แก่
กฎการขอเกษียณก่อนกำหนด หรือตามกำหนดแล้วทำเรื่องย้ายไปไทย อะไรต่างๆ นานา
ทำให้เขาเปลี่ยนใจที่จะย้ายไปไทยหรือไม่ อาจเป็นเพราะ......
เบี้ยเกษียณที่ได้รับน้อยไป ไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหรูหราในเมืองไทย หรือ
อาจเป็นเพราะถ้าเขาเกษียณก่อนเวลา
เขาจะะสูญเสียผลประโยชน์ที่ทางรัฐมอบให้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตัวเขาเองต้องเป็น
คนติดต่อไปยังกรมสรรพากรของยูเคด้วยตัวเองถึงจะทราบข้อมูล
ก่อนย้ายไปอยู่ไทย เขาต้องจัดการชีวิตหลายอย่าง ทั้งเรื่องลาออก เรื่องซื้อประกันสุขภาพ
ประกันชีวิต ทำเรื่องขอเบี้ยบำนาญ บริหารทรัพย์สินที่มีในยูเค มากมายหลายอย่าง สิ่งนี้คือ
สิ่งที่ทำให้เขาถอดใจที่จะย้ายไปอยู่กับเราที่เมืองไทยหรือไม่
ประการที่สาม
หมดรักกันแล้วหรือไม่?
แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ฝ่าบชายยังงส่งเสียครอบครัวที่
ไทยอยู่ หรือว่าเขามีภาระที่ต้องส่งเสียครอบครัวเก่าที่ทางยูเคด้วยหรือไม่ ถ้าหากฝ่ายชาย
ต้องส่งเสียหลายทางการเงินก็คงจะไม่สะดวกแน่ เขามีภาระอื่นหรือไม่เช่นส่งเสียลูกเก่าเมียเก่า
ถ้าเขาย้ายไปไทยรายได้จะสูญหาย ได้เบี้ยงบำนาญก็คงน้อยตามแต่หากยังมีภาระส่งเสีย
ครอบครัวเก่าด้วยในยูเค ก็อาจจะมีปัญหาถูกฝ่ายนั้นร้องเรียนได้ เพราะยังต้องส่งเสียเลี้ยง
ลูกเก่าเมียเดิมไปจนเด็กอายุประมาณ 18 ปี
ประการที่สี่
หากฝ่ายภรรยาไทยเห็นว่าต้องการจะหย่าเพราะคาราคาซังมานานโดยไม่รู้เหตุผล
แน่นอนว่าเพราะเหตุใด ทำอะไรก็ไม่ได้ ขอแนะนำดังนี้ค่ะ
หากฝ่ายภรรยาไทยเห็นว่าต้องการจะหย่าเพราะคาราคาซังมานานโดยไม่รู้เหตุผล
แน่นอนว่าเพราะเหตุใด ทำอะไรก็ไม่ได้ ขอแนะนำดังนี้ค่ะ
ก. ตามกฎหมายไทย ถ้าคุณจดทะเบียนสมรสในไทย ก็ต้องจะจดทะเบียนหย่าในเมืองไทย
ในกรณีพำนักในประเทสไทย หากพำนักต่างประเทศต้องยื่นขอจดทะเบียนหย่าจากสถานเอก
อัครราชทูตประจำประเทศนั้นๆ ณ ต่างประเทศ
จากกรณีตัวอย่าง...
เพราะฝ่ายภรรยาไทยยังอาศัยอยู่ในเมืองไทยอยู่...ตามกฎหมายสมรส ตู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหยึ่งสามารถขอหย่าได้....
หากมิได้อยู่ร่วมกันตั้งแต่ 1+ ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ต้องคอนเฟิร์มยืนยันขอคำปรึกษาข้อกฎหมายจากทนายความหรือผู้รู้กฎหมายด้วยค่ะ เพื่อให้ชัดเจนเรื่องระยะเวลา เราสามารถทำการหย่าโดย
สามีภรรยาไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำการหย่าพร้อมกัน โดยก่อนทำการหย่า ลงนามในหนังสือ
การหย่าของฝ่ายภรรยาและสามีต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าตกลงใจเรื่องการหย่าแน่นอน
หรือไม่ว่าทั้งคู่เห็นด้วยกับการหย่าทั้งคู่ เพราะถ้าไม่เห็นด้วยเรื่องจะยุ่งยากและต้องมี
การฟ้องหย่า
ในกรณีพำนักในประเทสไทย หากพำนักต่างประเทศต้องยื่นขอจดทะเบียนหย่าจากสถานเอก
อัครราชทูตประจำประเทศนั้นๆ ณ ต่างประเทศ
จากกรณีตัวอย่าง...
เพราะฝ่ายภรรยาไทยยังอาศัยอยู่ในเมืองไทยอยู่...ตามกฎหมายสมรส ตู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหยึ่งสามารถขอหย่าได้....
หากมิได้อยู่ร่วมกันตั้งแต่ 1+ ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ต้องคอนเฟิร์มยืนยันขอคำปรึกษาข้อกฎหมายจากทนายความหรือผู้รู้กฎหมายด้วยค่ะ เพื่อให้ชัดเจนเรื่องระยะเวลา เราสามารถทำการหย่าโดย
สามีภรรยาไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำการหย่าพร้อมกัน โดยก่อนทำการหย่า ลงนามในหนังสือ
การหย่าของฝ่ายภรรยาและสามีต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าตกลงใจเรื่องการหย่าแน่นอน
หรือไม่ว่าทั้งคู่เห็นด้วยกับการหย่าทั้งคู่ เพราะถ้าไม่เห็นด้วยเรื่องจะยุ่งยากและต้องมี
การฟ้องหย่า
ข. การหย่าก็ทำได้แม้ว่าจะอยู่คนละประเทศก็ตามหากทั้งคู่ตกลงใจหย่าแน่นอนด้วยเหตุผล
ที่แยกกันอยู่นานกว่า 1 ปี ขึ้นไป เพราะเหตุผลไม่สามารถย้ายไปอยู่กันฉันท์สามีภรรยากันได้
โดยเราไปขอใบลงนามขอทำ
จากอำเภอใกล้บ้านเรา ลงนามของเราพร้อมสักขีพยานลงนามให้ครบ 2 คนต่อ
หน้านายทะเบียน
แล้วนำเอกสารที่ลงนามของภรรยาไทยพร้อมพยานนั้นไปทำการแปลและประทับตรา
กระทรวงการต่างประเทศเพื่อ
"ยืนยันว่าเอกสารจริงจากทางราชการและรับรองการแปล"
ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายชายอ่านออกได้
จากนั้นก็ส่งไปให้สามีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
แต่ก่อนที่จะทำสัญญาการหย่า ทั้งสองฝ่ายควรตกลกเรื่องค่าส่งเสียเลี้ยงดู การดูแลบุตร แล
ะแบ่งทรัพย์สินสมรสให้ได้ด้วยการเจรจาและเห็นร่วมกันก่อน
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะฝ่ายชายไม่เห็นด้วยเรื่องดังกล่าวหรือไม่ต้องการหย่า
ประเด็นนี้คือเรื่องที่อาจเป็นปัญหาหลัก ที่ไม่สามารถตกลงการหย่าได้ ต้องมีการฟ้องหย่าจึงจะสามารถหย่าได้ตามคำสั่งศาลได้
สำหรับเอกสารที่ควรนำติดตัวไปด้วยเป็นหลักฐานประกอบแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่
ที่แยกกันอยู่นานกว่า 1 ปี ขึ้นไป เพราะเหตุผลไม่สามารถย้ายไปอยู่กันฉันท์สามีภรรยากันได้
โดยเราไปขอใบลงนามขอทำ
"สัญญาการหย่า"
จากอำเภอใกล้บ้านเรา ลงนามของเราพร้อมสักขีพยานลงนามให้ครบ 2 คนต่อ
หน้านายทะเบียน
แล้วนำเอกสารที่ลงนามของภรรยาไทยพร้อมพยานนั้นไปทำการแปลและประทับตรา
กระทรวงการต่างประเทศเพื่อ
"ยืนยันว่าเอกสารจริงจากทางราชการและรับรองการแปล"
ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายชายอ่านออกได้
จากนั้นก็ส่งไปให้สามีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
แต่ก่อนที่จะทำสัญญาการหย่า ทั้งสองฝ่ายควรตกลกเรื่องค่าส่งเสียเลี้ยงดู การดูแลบุตร แล
ะแบ่งทรัพย์สินสมรสให้ได้ด้วยการเจรจาและเห็นร่วมกันก่อน
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะฝ่ายชายไม่เห็นด้วยเรื่องดังกล่าวหรือไม่ต้องการหย่า
ประเด็นนี้คือเรื่องที่อาจเป็นปัญหาหลัก ที่ไม่สามารถตกลงการหย่าได้ ต้องมีการฟ้องหย่าจึงจะสามารถหย่าได้ตามคำสั่งศาลได้
สำหรับเอกสารที่ควรนำติดตัวไปด้วยเป็นหลักฐานประกอบแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่
1. บัตรประจำตัวหรือพาสปอร์ตประชาชนฝ่ายชาย (ใช้สำเนา) พร้อมแปลไทย/หญิงที่ยัง
ไม่หมดอายุ(ตัวจริง)ทั้ง 2 ฉบับ(ใบสำคัญการสมรสและใบทะเบียนสมรส, เอกสารการ
เปลี่ยนชื่อ(ถ้ามี)) 2. ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของทั้งคู่สำหรับคุณเฉพาะของฝ่ายหญิง, ใบสำคัญการสมรส(ถ้ามี) 3. พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน, ข้อตกลงการหย่า 4. สูติบัตร หรือทะเบียนบ้านของบุตร (กรณีมีบุตร) 5. แบบฟอร์ม คร.1 เรียกง่ายๆ ว่าสัญญาการหย่า นั่นเอง
ไม่หมดอายุ(ตัวจริง)ทั้ง 2 ฉบับ(ใบสำคัญการสมรสและใบทะเบียนสมรส, เอกสารการ
เปลี่ยนชื่อ(ถ้ามี)) 2. ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของทั้งคู่สำหรับคุณเฉพาะของฝ่ายหญิง, ใบสำคัญการสมรส(ถ้ามี) 3. พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน, ข้อตกลงการหย่า 4. สูติบัตร หรือทะเบียนบ้านของบุตร (กรณีมีบุตร) 5. แบบฟอร์ม คร.1 เรียกง่ายๆ ว่าสัญญาการหย่า นั่นเอง
ขอบคุณภาพ จาก สำนักงานเขตพญาไท
เอกสารทั้งหมดถ้านำไปแปลและประทับตราสถานทูตก่อนส่งให้สามีได้จะดี และมีผลทาง
กฎหมายแน่นอนกว่าทั้งนี้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายไทยให้ช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะและสามารถอ่านได้อยู่ในลิ้งนี้ค่ะ https://pantip.com/topic/35200426
กฎหมายแน่นอนกว่าทั้งนี้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายไทยให้ช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะและสามารถอ่านได้อยู่ในลิ้งนี้ค่ะ https://pantip.com/topic/35200426
ในระหว่างที่สามีรอเอกสารจากเราให้สามีโทรติดต่อทำนัดหมายกำหนดวันเพื่อไปขอ
ลงนามสัญญาหย่าต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย หรือ กงศุลไทยในประเทศที่สามีอาศัยอยู่
โดยให้สามีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน ถ้าเป็นประชาชนไทย
พำนักในยูเคโปรดติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เพื่อขอคำปรึกษาเนื่องจากเจ้าหน้าที่
คนไทยมีความรู้กฎหมายไทยระหว่างประเทศดี โดยให้สามีโทรติดต่อสอบถามและจองขอใช้
บริการล่วงหน้า 7 วันทำการ หาเบอรฺโทรได้จากเวปไซด์สถานทูตไทยในลอนดอน ทั้งนี้ฝ่ายสามีควรพาพยานไปด้วย 2 คน ในกรณีที่มีการสอบปากคำเพืื่อบันทึกลงในทะเบียนการหย่า
ลงนามสัญญาหย่าต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย หรือ กงศุลไทยในประเทศที่สามีอาศัยอยู่
โดยให้สามีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน ถ้าเป็นประชาชนไทย
พำนักในยูเคโปรดติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เพื่อขอคำปรึกษาเนื่องจากเจ้าหน้าที่
คนไทยมีความรู้กฎหมายไทยระหว่างประเทศดี โดยให้สามีโทรติดต่อสอบถามและจองขอใช้
บริการล่วงหน้า 7 วันทำการ หาเบอรฺโทรได้จากเวปไซด์สถานทูตไทยในลอนดอน ทั้งนี้ฝ่ายสามีควรพาพยานไปด้วย 2 คน ในกรณีที่มีการสอบปากคำเพืื่อบันทึกลงในทะเบียนการหย่า
http://thaiembassyuk.org.uk/en/registration-en
http://thaiembassyuk.org.uk/th/registration-th
http://thaiembassyuk.org.uk/en/contact-us
หลักฐานประกอบคำร้องการขอจดทะเบียนหย่า
1. คำร้องขอจดทะเบียนหย่า ซึ่งกรอกรายละเอียดและลงชื่อโดยคู่หย่าแล้ว ซึ่ง
ทางเราฝ่ายหญิงต้องปริ้นท์ออกมาเซ็นชื่อก่อน http://supibee.thaiembassyuk.org.uk/forms/divorce.pdf และส่งมาพร้อมเอกสารอื่น
ที่ดำเนินการลงนามและแปลแล้วไปให้สามีในยูเคค่ะ
ทางเราฝ่ายหญิงต้องปริ้นท์ออกมาเซ็นชื่อก่อน http://supibee.thaiembassyuk.org.uk/forms/divorce.pdf และส่งมาพร้อมเอกสารอื่น
ที่ดำเนินการลงนามและแปลแล้วไปให้สามีในยูเคค่ะ
2. ต้นฉบับทะเบียนสมรสของทั้งสองฝ่าย-แปลและประทับตราด้วยค่ะ พร้อมแนบกับ
ใบจริงต้นฉบับ
ใบจริงต้นฉบับ
เราต้องทำการแปลด้วยเพื่อเวลาทางสามีต้องการสมรสกับคนใหม่เขาจะได้เก็บฉบับแปลไว้
เป็นหลักฐานของเขาได้ด้วยค่ะ ถ้าเราจะเก็บใบแปลไว้เป็นหลักฐานด้วยเราก็แปลและทำ
สองสำเนาประทับตรากระทรวงการต่างประเทศที่ไทยเลยค่ะ
เป็นหลักฐานของเขาได้ด้วยค่ะ ถ้าเราจะเก็บใบแปลไว้เป็นหลักฐานด้วยเราก็แปลและทำ
สองสำเนาประทับตรากระทรวงการต่างประเทศที่ไทยเลยค่ะ
หมายเหตุการยื่นขอลงนามทำสัญญาการหย่าโปรดสอบถามกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนว่า
สามารถขอดำเนินจากท้องถิ่นให้เสร็จได้เลยหรือไม่ หรือว่าสามารถดำเนินการที่สถานกงศุลไทยกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นความต้องการหย่ากับชาวต่างชาติ
สามารถขอดำเนินจากท้องถิ่นให้เสร็จได้เลยหรือไม่ หรือว่าสามารถดำเนินการที่สถานกงศุลไทยกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นความต้องการหย่ากับชาวต่างชาติ
3. หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุของทั้งสองฝ่าย (พาสปอร์ตตัวจริงของฝ่ายชาย)/
ของฝ่ายหญิงที่ยื่นเรื่องที่ไทยแล้วไม่ต้องยื่นไปค่ะ เพราะเรามีหลักฐานในใบสัญญาการหย่า
ที่ขอลงนามจากในเมืองไทยแล้วค่ะ
ของฝ่ายหญิงที่ยื่นเรื่องที่ไทยแล้วไม่ต้องยื่นไปค่ะ เพราะเรามีหลักฐานในใบสัญญาการหย่า
ที่ขอลงนามจากในเมืองไทยแล้วค่ะ
4. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย (เฉพาะสำเนา
ทะเบียนบ้าน/อาจจะต้องแปลและประทับตรากระทรวงการต่างประเทศก่อน ทั้งนี้ลอง
สอบถามเจ้าหน้าที่กงศุลในประเทศไทยดูค่ะ http://www.consular.go.th/ หรือสามี
จะสอบถามดูจากสถานทูตไทยในลอนดอนดูก็ได้ค่ะ ในวันที่โทรไปปรึกษาขอนัดหมาย
ทำการจดทะเบียนหญ่าต่างสำนักงานทะเบียนค่ะ )
ทะเบียนบ้าน/อาจจะต้องแปลและประทับตรากระทรวงการต่างประเทศก่อน ทั้งนี้ลอง
สอบถามเจ้าหน้าที่กงศุลในประเทศไทยดูค่ะ http://www.consular.go.th/ หรือสามี
จะสอบถามดูจากสถานทูตไทยในลอนดอนดูก็ได้ค่ะ ในวันที่โทรไปปรึกษาขอนัดหมาย
ทำการจดทะเบียนหญ่าต่างสำนักงานทะเบียนค่ะ )
5. ในวันจดทะเบียนหย่า (ให้สามี) กรุณานำพยานไปด้วย 2 คน พร้อมหนังสือเดินทาง
/บัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของพยาน (หากพยานเป็นชาวต่างชาติก็ใช้
พาสปอร์ตตัวจริง ถ้าเป็นคนไทยให้นำบัตรประชาชนไทยหรือสำเนาทะเบียนบ้านของพยาน
ไปด้วย) ทั้งนี้แจ้งสามีให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทางฝ่ายภรรยาไทยมีพยาน 2 คนไปลงนาม
ให้แล้ว ดังนั้นสามีต้องพาพยานไปร่วมลงนามด้วยอีกหรือไม่
"การจดทะเบียนหย่า ณ สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ ต่างประเทศ เช่น ในลอนดอน จะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการแห่งทะเบียนราษฎร์" ทะเบียนหย่าที่ดำเนินการในต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทย ณ ต่างประเทศ และนำกลับไปดำเนินการแจ้งขอเปลี่ยนสถานพแห่งครอบครัวที่เขต หรือที่ว่าการอำเภอที่มีตามทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอจดทะเบียนหย่า
/บัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของพยาน (หากพยานเป็นชาวต่างชาติก็ใช้
พาสปอร์ตตัวจริง ถ้าเป็นคนไทยให้นำบัตรประชาชนไทยหรือสำเนาทะเบียนบ้านของพยาน
ไปด้วย) ทั้งนี้แจ้งสามีให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทางฝ่ายภรรยาไทยมีพยาน 2 คนไปลงนาม
ให้แล้ว ดังนั้นสามีต้องพาพยานไปร่วมลงนามด้วยอีกหรือไม่
"การจดทะเบียนหย่า ณ สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ ต่างประเทศ เช่น ในลอนดอน จะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการแห่งทะเบียนราษฎร์" ทะเบียนหย่าที่ดำเนินการในต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทย ณ ต่างประเทศ และนำกลับไปดำเนินการแจ้งขอเปลี่ยนสถานพแห่งครอบครัวที่เขต หรือที่ว่าการอำเภอที่มีตามทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอจดทะเบียนหย่า
หวังว่าข้อมูลที่ให้ไว้น่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
แต่ก่อนตัดสินใจหย่า เราควรพยายามตกลงและทำความเข้าใจในสิ่งที่ยังคลุมเครือให้รู้เรื่อง
และเข้าใจซึ่งกันและกันดูก่อนนะคะ เพราะบางทีการหย่าอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากคุยกัน
เข้าใจเจรจาด้วยเหตุด้วยผลแล้ว เราทั้งสองฝ่ายอาจจะเข้าใจว่าอะไรคือปัญหา และอุปสรรค
ที่เขาไม่สามารถทำตามเจตนารมณ์ที่เคยปรึกษากันไว้แล้วค่ะ ผลลัพธ์หลังจากเปิดอกคุยกันดีๆ พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากที่สุด น่าจะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีและรักใคร่ของสามี
ภรรยาและลูกๆ กลับมาอีกครั้งนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี
ลินดา
และเข้าใจซึ่งกันและกันดูก่อนนะคะ เพราะบางทีการหย่าอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากคุยกัน
เข้าใจเจรจาด้วยเหตุด้วยผลแล้ว เราทั้งสองฝ่ายอาจจะเข้าใจว่าอะไรคือปัญหา และอุปสรรค
ที่เขาไม่สามารถทำตามเจตนารมณ์ที่เคยปรึกษากันไว้แล้วค่ะ ผลลัพธ์หลังจากเปิดอกคุยกันดีๆ พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากที่สุด น่าจะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีและรักใคร่ของสามี
ภรรยาและลูกๆ กลับมาอีกครั้งนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี
ลินดา
Subscribe to:
Posts (Atom)
โรงพยาบาลสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อต่อสู้โควิด-19
NHS COVID-19 critical care hospitals โ รงพยาบาลสาธารณสุขแห่งสหราชอาณาจักรเพื่อต่อสู้โควิด-19 รัฐบาลสหราชอาณาจักรมีการเตรียมแผนการสร้าง...
-
ตอบคำถามเรื่องครอบครัวกับการหย่า สำหรับคู่สมรสที่อยู่คนละประเทศ : กรณีไทยกับสหราชอาณาจักร หัวข้อนี้เพื่อตอบคำถามสำหรับสตรีไทยผู...
-
Education Certificate Comparison by NARIC, U.K.
-
LM.D Translation Service Thai-English by Linda MacDonald AITI the only AITI Thai-English professional translator Accredited b...




