ตอบคำถามเรื่องครอบครัวกับการหย่า
สำหรับคู่สมรสที่อยู่คนละประเทศ
: กรณีไทยกับสหราชอาณาจักร
หัวข้อนี้เพื่อตอบคำถามสำหรับสตรีไทยผู้มีปัญหาสมรสค่ะ
ปัญหารักร้างแต่ยังคาราคาซัง แม้เลิกรากันไปแต่เพียงการแยกกันอยู่คนละ
ประเทศแต่การหย่าร้างก็ยังไม่ถือว่าสิ้นสุด หากยังไม่ทำเรื่องราวจดทะเบียนหย่า
ให้เรียบร้อย และปัญหาการหย่าร้างตามกฎหมายไทยยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ถ้าทั้ง
สามีและภรรยาอยู่กันคนละขั้วโลก
กรณีตัวอย่าง
คู่สมรสคู่หนึ่ง หลังสมรสแล้วภรรยายังอยู่ในประเทสไทยแต่ฝ่ายชายไปๆ มาๆ
ระหว่างยูเค ต่อมาไม่นานฝ่ายชายเริ่มมีใจออกห่างและแทบจะไม่กลับเมืองไทยเลย
ทางฝ่ายชายจะเป็นคนเลี่ยงปัญหาโดยการปฏิเสธทุกอย่างทั้งเรื่องจะย้ายไปอยู่กับ
ภรรยาที่ไทยและทั้งเรื่องจะช่วยให้ครอบครัวย้ายมาอยู่ยูเคก็ยังไม่คุยกันให้ชัดเจน
ลูกก็มีด้วยกันแต่ก็ไม่ได้จัดการเรื่องพาลูกมาอยู่ที่ยูเคด้วย
ระหว่างยูเค ต่อมาไม่นานฝ่ายชายเริ่มมีใจออกห่างและแทบจะไม่กลับเมืองไทยเลย
ทางฝ่ายชายจะเป็นคนเลี่ยงปัญหาโดยการปฏิเสธทุกอย่างทั้งเรื่องจะย้ายไปอยู่กับ
ภรรยาที่ไทยและทั้งเรื่องจะช่วยให้ครอบครัวย้ายมาอยู่ยูเคก็ยังไม่คุยกันให้ชัดเจน
ลูกก็มีด้วยกันแต่ก็ไม่ได้จัดการเรื่องพาลูกมาอยู่ที่ยูเคด้วย
ภรรยาก็ได้แต่บ่น น้อยใจที่สามีไม่จัดการอะไรสักอย่าง ปล่อยให้รอเป็นแม่สายบัวรอเก้อ
สามีก็ใกล้ถึงวัยเกษียณก็ยังไม่ตัดสินใจกันว่าเกษียณแล้วจะย้ายไปอยู่ไทย หรือ
พาครอบครัวที่ไทยย้ายมาอยู่ยูเคกันดี
สามีก็ใกล้ถึงวัยเกษียณก็ยังไม่ตัดสินใจกันว่าเกษียณแล้วจะย้ายไปอยู่ไทย หรือ
พาครอบครัวที่ไทยย้ายมาอยู่ยูเคกันดี
ตอบข้อข้องใจฝ่ายภรรยาไทย
ข้อข้องใจของภรรยาคนไทย
เธอสงสัยว่าทำไมสามีไม่ยอมทำเรื่องย้ายไปอยู่ไทย
กับเธอ เขาไม่ยอมทำเรื่องขอเกษียนเพื่อย้ายไปใช้ชีวิตเกษียนในไทย พวกเขา
และเธอแยกกันอยู่คนละประเทศ ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็ลดน้อยถอยลง
จึงมีความคิดต้องการที่จะหย่า หลังจากอยู่แยกประเทศกันมาก็หลายปีแล้ว
มีคำถามสงสัยมากมายจากภรรยาเพราะว่าสามีฝรั่งชาวบริิิิทิชไม่สามารถทำตามใจตนได้
หลายประการ
ข้อข้องใจของภรรยาคนไทย
เธอสงสัยว่าทำไมสามีไม่ยอมทำเรื่องย้ายไปอยู่ไทย
กับเธอ เขาไม่ยอมทำเรื่องขอเกษียนเพื่อย้ายไปใช้ชีวิตเกษียนในไทย พวกเขา
และเธอแยกกันอยู่คนละประเทศ ความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาก็ลดน้อยถอยลง
จึงมีความคิดต้องการที่จะหย่า หลังจากอยู่แยกประเทศกันมาก็หลายปีแล้ว
มีคำถามสงสัยมากมายจากภรรยาเพราะว่าสามีฝรั่งชาวบริิิิทิชไม่สามารถทำตามใจตนได้
หลายประการ
คำตอบ
ประการแรก
การที่สามีไม่ย้ายตามไปที่ไทยนั้น
การวิเคราะห์จากสถานการณ์ดังกล่าว ก็คือ .......
เราไม่ทราบว่าด้านสามีมีอะไรคลุมเครือ เงื่อนงำหรือไม่เราไม่อาจทราบได้เพราะอยู่แยกกัน
วิิธีแก้ไข....
การพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจความรู้สึกในการรอของเราและให้ตัดสินใจช่วยกันไปเลย
ว่าจะเอาอย่างไร จะเลือกย้ายครอบครัวไปอยู่ยูเคด้วยถ้าทางฝ่ายสามีไม่มีใคร
ก็ควรเริ่มเก็บเงินดำเนินการกัน หรือถ้าหากมีปัญหาของสามีผู้เป็นสปอนเซอร์รายได้
ไม่มากพอก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะผ่านวีซ่าหรือไม่ก็ต้องยกเลิกความคิดใน
การขอวีซ่าออกไปเลยค่ะ แล้วกลับมาคิดประเด็นว่า แล้วเขาสามารถย้ายไปไทย
ทำเรื่องเกษียณจากยูเคไปอยู่ไทยกับเราได้ไหม
ประการที่สอง
ถ้าจะทำเรื่องเกษียน...ฝ่ายชายอาจจะไม่อยากจะทำหรืออยากทำ
แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีเวลาเดินเรื่องหรือขัดข้องในการเดินเรื่อง หรือปัจจัยอื่น
ได้แก่
กฎการขอเกษียณก่อนกำหนด หรือตามกำหนดแล้วทำเรื่องย้ายไปไทย อะไรต่างๆ นานา
ทำให้เขาเปลี่ยนใจที่จะย้ายไปไทยหรือไม่ อาจเป็นเพราะ......
เบี้ยเกษียณที่ได้รับน้อยไป ไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหรูหราในเมืองไทย หรือ
อาจเป็นเพราะถ้าเขาเกษียณก่อนเวลา
เขาจะะสูญเสียผลประโยชน์ที่ทางรัฐมอบให้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตัวเขาเองต้องเป็น
คนติดต่อไปยังกรมสรรพากรของยูเคด้วยตัวเองถึงจะทราบข้อมูล
ก่อนย้ายไปอยู่ไทย เขาต้องจัดการชีวิตหลายอย่าง ทั้งเรื่องลาออก เรื่องซื้อประกันสุขภาพ
ประกันชีวิต ทำเรื่องขอเบี้ยบำนาญ บริหารทรัพย์สินที่มีในยูเค มากมายหลายอย่าง สิ่งนี้คือ
สิ่งที่ทำให้เขาถอดใจที่จะย้ายไปอยู่กับเราที่เมืองไทยหรือไม่
ประการที่สาม
หมดรักกันแล้วหรือไม่?
แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ฝ่าบชายยังงส่งเสียครอบครัวที่
ไทยอยู่ หรือว่าเขามีภาระที่ต้องส่งเสียครอบครัวเก่าที่ทางยูเคด้วยหรือไม่ ถ้าหากฝ่ายชาย
ต้องส่งเสียหลายทางการเงินก็คงจะไม่สะดวกแน่ เขามีภาระอื่นหรือไม่เช่นส่งเสียลูกเก่าเมียเก่า
ถ้าเขาย้ายไปไทยรายได้จะสูญหาย ได้เบี้ยงบำนาญก็คงน้อยตามแต่หากยังมีภาระส่งเสีย
ครอบครัวเก่าด้วยในยูเค ก็อาจจะมีปัญหาถูกฝ่ายนั้นร้องเรียนได้ เพราะยังต้องส่งเสียเลี้ยง
ลูกเก่าเมียเดิมไปจนเด็กอายุประมาณ 18 ปี
ประการแรก
การที่สามีไม่ย้ายตามไปที่ไทยนั้น
การวิเคราะห์จากสถานการณ์ดังกล่าว ก็คือ .......
เราไม่ทราบว่าด้านสามีมีอะไรคลุมเครือ เงื่อนงำหรือไม่เราไม่อาจทราบได้เพราะอยู่แยกกัน
วิิธีแก้ไข....
การพูดคุยกับเขาให้เขาเข้าใจความรู้สึกในการรอของเราและให้ตัดสินใจช่วยกันไปเลย
ว่าจะเอาอย่างไร จะเลือกย้ายครอบครัวไปอยู่ยูเคด้วยถ้าทางฝ่ายสามีไม่มีใคร
ก็ควรเริ่มเก็บเงินดำเนินการกัน หรือถ้าหากมีปัญหาของสามีผู้เป็นสปอนเซอร์รายได้
ไม่มากพอก็ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะผ่านวีซ่าหรือไม่ก็ต้องยกเลิกความคิดใน
การขอวีซ่าออกไปเลยค่ะ แล้วกลับมาคิดประเด็นว่า แล้วเขาสามารถย้ายไปไทย
ทำเรื่องเกษียณจากยูเคไปอยู่ไทยกับเราได้ไหม
ประการที่สอง
ถ้าจะทำเรื่องเกษียน...ฝ่ายชายอาจจะไม่อยากจะทำหรืออยากทำ
แต่ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีเวลาเดินเรื่องหรือขัดข้องในการเดินเรื่อง หรือปัจจัยอื่น
ได้แก่
กฎการขอเกษียณก่อนกำหนด หรือตามกำหนดแล้วทำเรื่องย้ายไปไทย อะไรต่างๆ นานา
ทำให้เขาเปลี่ยนใจที่จะย้ายไปไทยหรือไม่ อาจเป็นเพราะ......
เบี้ยเกษียณที่ได้รับน้อยไป ไม่เพียงพอสำหรับการใช้ชีวิตหรูหราในเมืองไทย หรือ
อาจเป็นเพราะถ้าเขาเกษียณก่อนเวลา
เขาจะะสูญเสียผลประโยชน์ที่ทางรัฐมอบให้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตัวเขาเองต้องเป็น
คนติดต่อไปยังกรมสรรพากรของยูเคด้วยตัวเองถึงจะทราบข้อมูล
ก่อนย้ายไปอยู่ไทย เขาต้องจัดการชีวิตหลายอย่าง ทั้งเรื่องลาออก เรื่องซื้อประกันสุขภาพ
ประกันชีวิต ทำเรื่องขอเบี้ยบำนาญ บริหารทรัพย์สินที่มีในยูเค มากมายหลายอย่าง สิ่งนี้คือ
สิ่งที่ทำให้เขาถอดใจที่จะย้ายไปอยู่กับเราที่เมืองไทยหรือไม่
ประการที่สาม
หมดรักกันแล้วหรือไม่?
แต่ด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบ ฝ่าบชายยังงส่งเสียครอบครัวที่
ไทยอยู่ หรือว่าเขามีภาระที่ต้องส่งเสียครอบครัวเก่าที่ทางยูเคด้วยหรือไม่ ถ้าหากฝ่ายชาย
ต้องส่งเสียหลายทางการเงินก็คงจะไม่สะดวกแน่ เขามีภาระอื่นหรือไม่เช่นส่งเสียลูกเก่าเมียเก่า
ถ้าเขาย้ายไปไทยรายได้จะสูญหาย ได้เบี้ยงบำนาญก็คงน้อยตามแต่หากยังมีภาระส่งเสีย
ครอบครัวเก่าด้วยในยูเค ก็อาจจะมีปัญหาถูกฝ่ายนั้นร้องเรียนได้ เพราะยังต้องส่งเสียเลี้ยง
ลูกเก่าเมียเดิมไปจนเด็กอายุประมาณ 18 ปี
ประการที่สี่
หากฝ่ายภรรยาไทยเห็นว่าต้องการจะหย่าเพราะคาราคาซังมานานโดยไม่รู้เหตุผล
แน่นอนว่าเพราะเหตุใด ทำอะไรก็ไม่ได้ ขอแนะนำดังนี้ค่ะ
หากฝ่ายภรรยาไทยเห็นว่าต้องการจะหย่าเพราะคาราคาซังมานานโดยไม่รู้เหตุผล
แน่นอนว่าเพราะเหตุใด ทำอะไรก็ไม่ได้ ขอแนะนำดังนี้ค่ะ
ก. ตามกฎหมายไทย ถ้าคุณจดทะเบียนสมรสในไทย ก็ต้องจะจดทะเบียนหย่าในเมืองไทย
ในกรณีพำนักในประเทสไทย หากพำนักต่างประเทศต้องยื่นขอจดทะเบียนหย่าจากสถานเอก
อัครราชทูตประจำประเทศนั้นๆ ณ ต่างประเทศ
จากกรณีตัวอย่าง...
เพราะฝ่ายภรรยาไทยยังอาศัยอยู่ในเมืองไทยอยู่...ตามกฎหมายสมรส ตู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหยึ่งสามารถขอหย่าได้....
หากมิได้อยู่ร่วมกันตั้งแต่ 1+ ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ต้องคอนเฟิร์มยืนยันขอคำปรึกษาข้อกฎหมายจากทนายความหรือผู้รู้กฎหมายด้วยค่ะ เพื่อให้ชัดเจนเรื่องระยะเวลา เราสามารถทำการหย่าโดย
สามีภรรยาไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำการหย่าพร้อมกัน โดยก่อนทำการหย่า ลงนามในหนังสือ
การหย่าของฝ่ายภรรยาและสามีต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าตกลงใจเรื่องการหย่าแน่นอน
หรือไม่ว่าทั้งคู่เห็นด้วยกับการหย่าทั้งคู่ เพราะถ้าไม่เห็นด้วยเรื่องจะยุ่งยากและต้องมี
การฟ้องหย่า
ในกรณีพำนักในประเทสไทย หากพำนักต่างประเทศต้องยื่นขอจดทะเบียนหย่าจากสถานเอก
อัครราชทูตประจำประเทศนั้นๆ ณ ต่างประเทศ
จากกรณีตัวอย่าง...
เพราะฝ่ายภรรยาไทยยังอาศัยอยู่ในเมืองไทยอยู่...ตามกฎหมายสมรส ตู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหยึ่งสามารถขอหย่าได้....
หากมิได้อยู่ร่วมกันตั้งแต่ 1+ ปี ขึ้นไป ทั้งนี้ต้องคอนเฟิร์มยืนยันขอคำปรึกษาข้อกฎหมายจากทนายความหรือผู้รู้กฎหมายด้วยค่ะ เพื่อให้ชัดเจนเรื่องระยะเวลา เราสามารถทำการหย่าโดย
สามีภรรยาไม่จำเป็นต้องเดินทางมาทำการหย่าพร้อมกัน โดยก่อนทำการหย่า ลงนามในหนังสือ
การหย่าของฝ่ายภรรยาและสามีต้องตกลงกันให้ได้ก่อนว่าตกลงใจเรื่องการหย่าแน่นอน
หรือไม่ว่าทั้งคู่เห็นด้วยกับการหย่าทั้งคู่ เพราะถ้าไม่เห็นด้วยเรื่องจะยุ่งยากและต้องมี
การฟ้องหย่า
ข. การหย่าก็ทำได้แม้ว่าจะอยู่คนละประเทศก็ตามหากทั้งคู่ตกลงใจหย่าแน่นอนด้วยเหตุผล
ที่แยกกันอยู่นานกว่า 1 ปี ขึ้นไป เพราะเหตุผลไม่สามารถย้ายไปอยู่กันฉันท์สามีภรรยากันได้
โดยเราไปขอใบลงนามขอทำ
จากอำเภอใกล้บ้านเรา ลงนามของเราพร้อมสักขีพยานลงนามให้ครบ 2 คนต่อ
หน้านายทะเบียน
แล้วนำเอกสารที่ลงนามของภรรยาไทยพร้อมพยานนั้นไปทำการแปลและประทับตรา
กระทรวงการต่างประเทศเพื่อ
"ยืนยันว่าเอกสารจริงจากทางราชการและรับรองการแปล"
ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายชายอ่านออกได้
จากนั้นก็ส่งไปให้สามีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
แต่ก่อนที่จะทำสัญญาการหย่า ทั้งสองฝ่ายควรตกลกเรื่องค่าส่งเสียเลี้ยงดู การดูแลบุตร แล
ะแบ่งทรัพย์สินสมรสให้ได้ด้วยการเจรจาและเห็นร่วมกันก่อน
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะฝ่ายชายไม่เห็นด้วยเรื่องดังกล่าวหรือไม่ต้องการหย่า
ประเด็นนี้คือเรื่องที่อาจเป็นปัญหาหลัก ที่ไม่สามารถตกลงการหย่าได้ ต้องมีการฟ้องหย่าจึงจะสามารถหย่าได้ตามคำสั่งศาลได้
สำหรับเอกสารที่ควรนำติดตัวไปด้วยเป็นหลักฐานประกอบแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่
ที่แยกกันอยู่นานกว่า 1 ปี ขึ้นไป เพราะเหตุผลไม่สามารถย้ายไปอยู่กันฉันท์สามีภรรยากันได้
โดยเราไปขอใบลงนามขอทำ
"สัญญาการหย่า"
จากอำเภอใกล้บ้านเรา ลงนามของเราพร้อมสักขีพยานลงนามให้ครบ 2 คนต่อ
หน้านายทะเบียน
แล้วนำเอกสารที่ลงนามของภรรยาไทยพร้อมพยานนั้นไปทำการแปลและประทับตรา
กระทรวงการต่างประเทศเพื่อ
"ยืนยันว่าเอกสารจริงจากทางราชการและรับรองการแปล"
ทั้งนี้เพื่อให้ฝ่ายชายอ่านออกได้
จากนั้นก็ส่งไปให้สามีทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
แต่ก่อนที่จะทำสัญญาการหย่า ทั้งสองฝ่ายควรตกลกเรื่องค่าส่งเสียเลี้ยงดู การดูแลบุตร แล
ะแบ่งทรัพย์สินสมรสให้ได้ด้วยการเจรจาและเห็นร่วมกันก่อน
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะฝ่ายชายไม่เห็นด้วยเรื่องดังกล่าวหรือไม่ต้องการหย่า
ประเด็นนี้คือเรื่องที่อาจเป็นปัญหาหลัก ที่ไม่สามารถตกลงการหย่าได้ ต้องมีการฟ้องหย่าจึงจะสามารถหย่าได้ตามคำสั่งศาลได้
สำหรับเอกสารที่ควรนำติดตัวไปด้วยเป็นหลักฐานประกอบแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ได้แก่
1. บัตรประจำตัวหรือพาสปอร์ตประชาชนฝ่ายชาย (ใช้สำเนา) พร้อมแปลไทย/หญิงที่ยัง
ไม่หมดอายุ(ตัวจริง)ทั้ง 2 ฉบับ(ใบสำคัญการสมรสและใบทะเบียนสมรส, เอกสารการ
เปลี่ยนชื่อ(ถ้ามี)) 2. ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของทั้งคู่สำหรับคุณเฉพาะของฝ่ายหญิง, ใบสำคัญการสมรส(ถ้ามี) 3. พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน, ข้อตกลงการหย่า 4. สูติบัตร หรือทะเบียนบ้านของบุตร (กรณีมีบุตร) 5. แบบฟอร์ม คร.1 เรียกง่ายๆ ว่าสัญญาการหย่า นั่นเอง
ไม่หมดอายุ(ตัวจริง)ทั้ง 2 ฉบับ(ใบสำคัญการสมรสและใบทะเบียนสมรส, เอกสารการ
เปลี่ยนชื่อ(ถ้ามี)) 2. ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านของทั้งคู่สำหรับคุณเฉพาะของฝ่ายหญิง, ใบสำคัญการสมรส(ถ้ามี) 3. พยานบุคคล 2 คน พร้อมบัตรประจำตัวประชาชน, ข้อตกลงการหย่า 4. สูติบัตร หรือทะเบียนบ้านของบุตร (กรณีมีบุตร) 5. แบบฟอร์ม คร.1 เรียกง่ายๆ ว่าสัญญาการหย่า นั่นเอง
ขอบคุณภาพ จาก สำนักงานเขตพญาไท
เอกสารทั้งหมดถ้านำไปแปลและประทับตราสถานทูตก่อนส่งให้สามีได้จะดี และมีผลทาง
กฎหมายแน่นอนกว่าทั้งนี้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายไทยให้ช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะและสามารถอ่านได้อยู่ในลิ้งนี้ค่ะ https://pantip.com/topic/35200426
กฎหมายแน่นอนกว่าทั้งนี้สอบถามจากเจ้าหน้าที่ทางฝ่ายไทยให้ช่วยให้คำแนะนำด้วยค่ะและสามารถอ่านได้อยู่ในลิ้งนี้ค่ะ https://pantip.com/topic/35200426
ในระหว่างที่สามีรอเอกสารจากเราให้สามีโทรติดต่อทำนัดหมายกำหนดวันเพื่อไปขอ
ลงนามสัญญาหย่าต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย หรือ กงศุลไทยในประเทศที่สามีอาศัยอยู่
โดยให้สามีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน ถ้าเป็นประชาชนไทย
พำนักในยูเคโปรดติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เพื่อขอคำปรึกษาเนื่องจากเจ้าหน้าที่
คนไทยมีความรู้กฎหมายไทยระหว่างประเทศดี โดยให้สามีโทรติดต่อสอบถามและจองขอใช้
บริการล่วงหน้า 7 วันทำการ หาเบอรฺโทรได้จากเวปไซด์สถานทูตไทยในลอนดอน ทั้งนี้ฝ่ายสามีควรพาพยานไปด้วย 2 คน ในกรณีที่มีการสอบปากคำเพืื่อบันทึกลงในทะเบียนการหย่า
ลงนามสัญญาหย่าต่อหน้าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย หรือ กงศุลไทยในประเทศที่สามีอาศัยอยู่
โดยให้สามีแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเป็นการจดทะเบียนหย่าต่างสำนักทะเบียน ถ้าเป็นประชาชนไทย
พำนักในยูเคโปรดติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงลอนดอน เพื่อขอคำปรึกษาเนื่องจากเจ้าหน้าที่
คนไทยมีความรู้กฎหมายไทยระหว่างประเทศดี โดยให้สามีโทรติดต่อสอบถามและจองขอใช้
บริการล่วงหน้า 7 วันทำการ หาเบอรฺโทรได้จากเวปไซด์สถานทูตไทยในลอนดอน ทั้งนี้ฝ่ายสามีควรพาพยานไปด้วย 2 คน ในกรณีที่มีการสอบปากคำเพืื่อบันทึกลงในทะเบียนการหย่า
http://thaiembassyuk.org.uk/en/registration-en
http://thaiembassyuk.org.uk/th/registration-th
http://thaiembassyuk.org.uk/en/contact-us
หลักฐานประกอบคำร้องการขอจดทะเบียนหย่า
1. คำร้องขอจดทะเบียนหย่า ซึ่งกรอกรายละเอียดและลงชื่อโดยคู่หย่าแล้ว ซึ่ง
ทางเราฝ่ายหญิงต้องปริ้นท์ออกมาเซ็นชื่อก่อน http://supibee.thaiembassyuk.org.uk/forms/divorce.pdf และส่งมาพร้อมเอกสารอื่น
ที่ดำเนินการลงนามและแปลแล้วไปให้สามีในยูเคค่ะ
ทางเราฝ่ายหญิงต้องปริ้นท์ออกมาเซ็นชื่อก่อน http://supibee.thaiembassyuk.org.uk/forms/divorce.pdf และส่งมาพร้อมเอกสารอื่น
ที่ดำเนินการลงนามและแปลแล้วไปให้สามีในยูเคค่ะ
2. ต้นฉบับทะเบียนสมรสของทั้งสองฝ่าย-แปลและประทับตราด้วยค่ะ พร้อมแนบกับ
ใบจริงต้นฉบับ
ใบจริงต้นฉบับ
เราต้องทำการแปลด้วยเพื่อเวลาทางสามีต้องการสมรสกับคนใหม่เขาจะได้เก็บฉบับแปลไว้
เป็นหลักฐานของเขาได้ด้วยค่ะ ถ้าเราจะเก็บใบแปลไว้เป็นหลักฐานด้วยเราก็แปลและทำ
สองสำเนาประทับตรากระทรวงการต่างประเทศที่ไทยเลยค่ะ
เป็นหลักฐานของเขาได้ด้วยค่ะ ถ้าเราจะเก็บใบแปลไว้เป็นหลักฐานด้วยเราก็แปลและทำ
สองสำเนาประทับตรากระทรวงการต่างประเทศที่ไทยเลยค่ะ
หมายเหตุการยื่นขอลงนามทำสัญญาการหย่าโปรดสอบถามกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก่อนว่า
สามารถขอดำเนินจากท้องถิ่นให้เสร็จได้เลยหรือไม่ หรือว่าสามารถดำเนินการที่สถานกงศุลไทยกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นความต้องการหย่ากับชาวต่างชาติ
สามารถขอดำเนินจากท้องถิ่นให้เสร็จได้เลยหรือไม่ หรือว่าสามารถดำเนินการที่สถานกงศุลไทยกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากเป็นความต้องการหย่ากับชาวต่างชาติ
3. หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุของทั้งสองฝ่าย (พาสปอร์ตตัวจริงของฝ่ายชาย)/
ของฝ่ายหญิงที่ยื่นเรื่องที่ไทยแล้วไม่ต้องยื่นไปค่ะ เพราะเรามีหลักฐานในใบสัญญาการหย่า
ที่ขอลงนามจากในเมืองไทยแล้วค่ะ
ของฝ่ายหญิงที่ยื่นเรื่องที่ไทยแล้วไม่ต้องยื่นไปค่ะ เพราะเรามีหลักฐานในใบสัญญาการหย่า
ที่ขอลงนามจากในเมืองไทยแล้วค่ะ
4. สำเนาบัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของทั้งสองฝ่าย (เฉพาะสำเนา
ทะเบียนบ้าน/อาจจะต้องแปลและประทับตรากระทรวงการต่างประเทศก่อน ทั้งนี้ลอง
สอบถามเจ้าหน้าที่กงศุลในประเทศไทยดูค่ะ http://www.consular.go.th/ หรือสามี
จะสอบถามดูจากสถานทูตไทยในลอนดอนดูก็ได้ค่ะ ในวันที่โทรไปปรึกษาขอนัดหมาย
ทำการจดทะเบียนหญ่าต่างสำนักงานทะเบียนค่ะ )
ทะเบียนบ้าน/อาจจะต้องแปลและประทับตรากระทรวงการต่างประเทศก่อน ทั้งนี้ลอง
สอบถามเจ้าหน้าที่กงศุลในประเทศไทยดูค่ะ http://www.consular.go.th/ หรือสามี
จะสอบถามดูจากสถานทูตไทยในลอนดอนดูก็ได้ค่ะ ในวันที่โทรไปปรึกษาขอนัดหมาย
ทำการจดทะเบียนหญ่าต่างสำนักงานทะเบียนค่ะ )
5. ในวันจดทะเบียนหย่า (ให้สามี) กรุณานำพยานไปด้วย 2 คน พร้อมหนังสือเดินทาง
/บัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของพยาน (หากพยานเป็นชาวต่างชาติก็ใช้
พาสปอร์ตตัวจริง ถ้าเป็นคนไทยให้นำบัตรประชาชนไทยหรือสำเนาทะเบียนบ้านของพยาน
ไปด้วย) ทั้งนี้แจ้งสามีให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทางฝ่ายภรรยาไทยมีพยาน 2 คนไปลงนาม
ให้แล้ว ดังนั้นสามีต้องพาพยานไปร่วมลงนามด้วยอีกหรือไม่
"การจดทะเบียนหย่า ณ สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ ต่างประเทศ เช่น ในลอนดอน จะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการแห่งทะเบียนราษฎร์" ทะเบียนหย่าที่ดำเนินการในต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทย ณ ต่างประเทศ และนำกลับไปดำเนินการแจ้งขอเปลี่ยนสถานพแห่งครอบครัวที่เขต หรือที่ว่าการอำเภอที่มีตามทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอจดทะเบียนหย่า
/บัตรประชาชน หรือ สำเนาทะเบียนบ้านของพยาน (หากพยานเป็นชาวต่างชาติก็ใช้
พาสปอร์ตตัวจริง ถ้าเป็นคนไทยให้นำบัตรประชาชนไทยหรือสำเนาทะเบียนบ้านของพยาน
ไปด้วย) ทั้งนี้แจ้งสามีให้สอบถามเจ้าหน้าที่ว่าทางฝ่ายภรรยาไทยมีพยาน 2 คนไปลงนาม
ให้แล้ว ดังนั้นสามีต้องพาพยานไปร่วมลงนามด้วยอีกหรือไม่
"การจดทะเบียนหย่า ณ สถานเอกอัคราชทูตไทย ณ ต่างประเทศ เช่น ในลอนดอน จะยังไม่สิ้นสุดกระบวนการแห่งทะเบียนราษฎร์" ทะเบียนหย่าที่ดำเนินการในต่างประเทศจะต้องได้รับการรับรองจากสถานทูตไทย ณ ต่างประเทศ และนำกลับไปดำเนินการแจ้งขอเปลี่ยนสถานพแห่งครอบครัวที่เขต หรือที่ว่าการอำเภอที่มีตามทะเบียนบ้านของผู้ร้องขอจดทะเบียนหย่า
หวังว่าข้อมูลที่ให้ไว้น่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ
แต่ก่อนตัดสินใจหย่า เราควรพยายามตกลงและทำความเข้าใจในสิ่งที่ยังคลุมเครือให้รู้เรื่อง
และเข้าใจซึ่งกันและกันดูก่อนนะคะ เพราะบางทีการหย่าอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากคุยกัน
เข้าใจเจรจาด้วยเหตุด้วยผลแล้ว เราทั้งสองฝ่ายอาจจะเข้าใจว่าอะไรคือปัญหา และอุปสรรค
ที่เขาไม่สามารถทำตามเจตนารมณ์ที่เคยปรึกษากันไว้แล้วค่ะ ผลลัพธ์หลังจากเปิดอกคุยกันดีๆ พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากที่สุด น่าจะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีและรักใคร่ของสามี
ภรรยาและลูกๆ กลับมาอีกครั้งนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี
ลินดา
และเข้าใจซึ่งกันและกันดูก่อนนะคะ เพราะบางทีการหย่าอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากคุยกัน
เข้าใจเจรจาด้วยเหตุด้วยผลแล้ว เราทั้งสองฝ่ายอาจจะเข้าใจว่าอะไรคือปัญหา และอุปสรรค
ที่เขาไม่สามารถทำตามเจตนารมณ์ที่เคยปรึกษากันไว้แล้วค่ะ ผลลัพธ์หลังจากเปิดอกคุยกันดีๆ พยายามเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากที่สุด น่าจะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันดีและรักใคร่ของสามี
ภรรยาและลูกๆ กลับมาอีกครั้งนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
ด้วยความปรารถนาดี
ลินดา


